

Telepharmacy เภสัชกรรมทางไกล ทางเลือกหรือทางรอด?
การขับเคลื่อนวิชาชีพเภสัชกรรมให้เป็นที่พึ่งทางด้านยาแก่ผู้ป่วยหรือประชาชน เป็นประเด็นที่พูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เภสัชกรรมทางไกลเป็นอีกหนึ่งงานบริการและงานบริบาลเภสัชกรรม ที่จะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยแนวทางการบริหาร
การหาปัญหาที่แท้จริง > การจัดลำดับความสำคัญ > การประยุกต์ใช้ในบริบทของตนเอง > การพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ต่อเนื่อง
ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรม หรือเป็นทางรอดผลักดันวิชาชีพเภสัชกรรมให้มีบทบาทต่อผู้ป่วย “โดยเฉพาะเรื่องยา” อยู่ที่การตัดสินใจของเภสัชกร
“ทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ”
เป็นแนวคิดที่เหมาะสมอย่างยิ่งท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ต้องเผชิญหน้า ถ้าเราไม่ปรับตัวหรือยังคงบริหารหรือบริการทางเภสัชกรรมในรูปแบบเดิมๆ ก็ไม่สามารถรอดไปได้ หรือไม่สามารถนำพาวิชาชีพเภสัชกรรมให้เดินหน้าต่อไปได้ นโยบายหนึ่งที่ตอบสนองในการแก้ปัญหาและป้องกันวิกฤตโควิด คือการลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอาการคงที่แล้ว จะได้รับยาทางไปรษณีย์ หรือเลื่อนการเข้ามาพบแพทย์ในโรงพยาบาล ทำให้บทบาทของเภสัชกรเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะงานบริบาลเภสัชกรรมทางไกล
แนวทางการบริหารงานเภสัชกรรมทางไกล Telepharmacy สำหรับโรงพยาบาล
การขับเคลื่อนงานใด ๆ ล้วนมีแนวทางการบริหารจัดการเพื่อให้งานนั้นเดินหน้าและพัฒนาได้โดยง่ายการบริหารงานเภสัชกรรมทางไกล มีแนวทาง 4 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ
- ขุดหา “Pain Point” ค้นหาความต้องการที่แท้จริง
- เลือก “หินก้อนใหญ่” จัดลำดับความสำคัญ
- สำรวจ “บ้านตนเอง” พิจารณาบริบทของตนเอง
- หัวใจหลัก “Deming Cycle” ขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

ขุดหา “Pain Point” ค้นหาความต้องการที่แท้จริง
สิ่งสำคัญอันดับแรก จำเป็นต้องค้นหาก่อนว่า เรามี Pain Point อะไรบ้าง ต้องถามตนเองด้วยคำถาม “ทำไม” เป็นหลัก เพื่อจะได้ทราบความต้องการหรือแก่นแท้ของปัญหาที่แท้จริง ยกตัวอย่าง เภสัชกรต้องการทำเภสัชกรรมทางไกลในโรงพยาบาล มีแนวคำถามที่ต้องถามตนเองก่อนว่า
“ทำไมต้องทำเภสัชกรรมทางไกล” > ให้คำปรึกษาเรื่องยา กับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาทางไปรษณีย์
“ทำไมเลือกกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาทางไปรษณีย์” > เป็นผู้ป่วยที่ควรได้รับการให้คำปรึกษาเรื่องยา
“ทำไมถึงต้องให้คำปรึกษาเรื่องยา” > เป็นห่วงผู้ป่วยที่ต้องกินยาต่อเนื่องด้วยตนเอง ไม่ได้มาโรงพยาบาล
“ทำไมถึงต้องเป็นห่วงผู้ป่วยกลุ่มนี้” > ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จะมีปัญหาเรื่องการกินยา และอาจจะเกิดผลข้างเคียงจากการกินยา
“ทำไมถึงมีปัญหาเรื่องการกินยา” > ผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องยา
เภสัชกรจะได้ทำความเข้าใจในปัญหาที่แท้จริง จึงจะบริหารจัดการเภสัชกรรมทางไกลได้ตรงประเด็น ทุก ๆ งานล้วนต้องมุ่งเป้าไปที่แก่นของปัญหาและตอบโจทย์ Pain Point จริง ๆ ซึ่งการที่จะทำความเข้าใจได้ดีนั้น มีขบวนการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การสัมภาษณ์ผู้ป่วย การสัมผัสปัญหาผู้ป่วยจริง ๆ การค้นคว้างานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือจะเป็นการใช้แนวคิด Empathy ของ Design Thinking ก็ตาม
“ทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ” เป็นแนวคิดที่เหมาะสมอย่างยิ่งท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ต้องเผชิญหน้า ถ้าเราไม่ปรับตัวหรือยังคงบริหารหรือบริการทางเภสัชกรรมในรูปแบบเดิม ๆ ก็ไม่สามารถรอดไปได้ หรือไม่สามารถนำพาวิชาชีพเภสัชกรรมให้เดินหน้าต่อไปได้ นโยบายหนึ่งที่ตอบสนองในการแก้ปัญหาและป้องกันวิกฤตโควิดคือ การลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอาการคงที่แล้ว จะได้รับยาทางไปรษณีย์ หรือเลื่อนการเข้ามาพบแพทย์ในโรงพยาบาล ทำให้บทบาทของเภสัชกรเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะงานบริบาลเภสัชกรรมทางไกล
เลือก “หินก้อนใหญ่” จัดลำดับความสำคัญ
จากหลักการที่ว่าเรามีทรัพยากรที่จำกัด และมีงานบริการเภสัชกรรมหลากหลายเภสัชกรจึงจำเป็นต้องเลือก “หินก้อนใหญ่” หรือปัญหาที่มีความสำคัญมากที่สุด ไล่ตามลำดับความสำคัญ และระมัดระวังที่จะไม่ด่วนสรุปไปก่อนว่างานไหนสำคัญที่สุดจนกว่าจะนำปัญหาทั้งหมดออกมากองข้างหน้าเราก่อน ถ้าเราเลือก “หินก้อนเล็ก” มาแทน “หินก้อนใหญ่” ก็จะทำให้ผลงานที่ได้ส่งผลกระทบต่องานเภสัชกรรมได้น้อยลง

สำรวจ “บ้านตนเอง” พิจารณาบริบทของตนเอง
ถึงแม้เราจะพบ Pain Point และสามารถจัดลำดับความสำคัญได้แล้วก็ตาม หรือจะเห็นแนวทางการบริหารจัดการเภสัชกรรมทางไกล รวมทั้งรับรู้ประสบการณ์ในการทำเภสัชกรรมทางไกลจากเพื่อนร่วมวิชาชีพมาแล้ว แต่ประเด็นที่พลาดไม่ได้คือ แต่ละบ้าน แต่ละโรงพยาบาล มีสถานการณ์ที่แตกต่างกัน มีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน และมีทีมงานที่จะขับเคลื่อนงานแตกต่างกัน จึงต้องเลือกแนวทางการจัดการตามสถานการณ์ที่เราเป็นอยู่ ยกตัวอย่างเช่น
“ขาดงบประมาณ” ในการพัฒนาระบบเภสัชกรรมทางไกล ก็สามารถเลือกเป็นเพียง “การให้คำปรึกษาเรื่องยา” ผ่านทางโทรศัพท์ เป็นขั้นตอนแรกไปก่อน แล้วเก็บข้อมูลลงระบบบันทึกในคอมพิวเตอร์ด้วย Excel หรือ Word ไปก่อน เมื่อมีความพร้อมทางงบประมาณจึงค่อยใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Web Application เป็นต้น
“ขาดกำลังคน” ก็เลือกทำเภสัชกรรมทางไกลในส่วนงานเล็ก ๆ หรืองานง่าย ๆ ก่อน ไม่จำเป็นต้องมีผู้ป่วยใช้บริการในระบบเภสัชกรรมทางไกลที่มาก ให้เริ่มต้นระบบเล็ก ๆ ไปก่อนเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไป
หัวใจหลัก “Deming Cycle” ขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ
เป็นการยากที่จะคิดค้นระบบเภสัชกรรมทางไกลให้ออกมาสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น สิ่งสำคัญคือการพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ขึ้น หรือตอบโจทย์ได้มากที่สุด แนวคิด Deming Cycle หรือ PDCA (Plan, Do, Check, Act) จะช่วยให้เราทราบว่าระบบที่วางแผนไว้ เมื่อปฏิบัติลงมือทำจริง และตรวจสอบดูว่าต้องปรับเปลี่ยนระบบหรือเทคนิคการบริการเภสัชกรรมทางไกลอย่างไรบ้าง จะทำให้ระบบตอบปัญหาของผู้ป่วยได้มากขึ้น
แนวทางการบริหารจัดการเภสัชกรรมทางไกล เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น พลังความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนให้ระบบเกิดขึ้นได้จริง เป็นสิ่งที่จะทำให้ฝันของเภสัชกรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหวิชาชีพ ในการเข้าถึงผู้ป่วยได้มากขึ้น เป็นที่พึ่งเรื่องการใช้ยา ให้คำปรึกษาทางบริบาลเภสัชกรรมได้เป็นอย่างดี แล้วจะเป็นการสร้างบทบาทวิชาชีพเภสัชกรรมได้ในที่สุด
ที่มา : eisaipharmroo
